สัมผัสแรกกับเทคโนโลยี “SkyActiv-X” ภาคต่อที่ต้องเรียกผู้ชมได้ดีกว่าภาคแรก??? (ภาพ+คลิปวีดีโอ)

งานโตเกียวมอเตอร์ปลายปี 2560 ที่ผ่านมา มาสด้ามอเตอร์คอรปอร์เรชั่น แนะนำรถต้นแบบคอนเซ็ปต์ใหม่ที่น่าสนใจมากๆ 2 คันคันหนึ่งคือ Vision Coupe  เป็นต้นสายทางของแนวทางการออกแบบ KODO DESIGN รุ่นที่สอง สวยสง่า มีความเคลื่อนไหวอยู่ในเส้นสายที่ดูเหมือนจะพลิ้วไหวตลอดเวลา และอีกหนึ่งคือ KAI รถคอนเซ็ปต์แฮตช์แบ็กที่ดูเหมือนจะเป็น Preproduction ของ Mazda3 เจเนอเรชั่นใหม่ เพียงแต่ในขณะนั้น ผู้บริหารมาสด้าไม่ปริปากบอกมาตามตรง แต่บอกชัดเจนว่า KAI จะนำมาซึ่งเทคโนโลยีใหม่ทางวิศวกรรมยานยนต์ของ Mazda นั่นคือ SkyActiv X เครื่องยนต์ใหม่ พร้อมกับโครงสร้างตัวถังใหม่ ช่วงล่างใหม่ Skyactiv Vehicle Architecture

Vision Coupe ผลงานแรกจากการออกแบบแนวคิดของ KODO Design เจเนอเรชั่นที่สอง

จากนั้นเรื่อยมา SkyActiv X ได้รับการหยิบยกมาพูดถึง อธิบายความให้กระจ่างขึ้นต่อเนื่องในทุก Forum ที่มาสด้าจัดขึ้นเพื่อให้เข้าใจถ่องแท้ถึงเทคโนโลยีใหม่นี้ชัดเจนที่สุด นิยามในเบื้องต้นพอจะอธิบายได้ดังนี้

KAI Concept บนเวทีในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ คันนี้คือ เกือบจะ 100% ที่เป็น Mazda3 ใหม่บนสายการผลิตปีหน้า

วันนี้ผมพาไปรู้จักกับเทคโนโลยี SkyActiv X ให้ลึกเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง จากการที่ได้เข้าร่วมการทดลองขับรถมาสด้าต้นแบบที่ใช้เครื่องยนต์ SkyActiv X ในเบื้องต้นด้วย ครั้งนี้มาสด้าจัดขึ้นที่สนามทดสอบ Mine Proving ground หนึ่งในสนามทดสอบรถยนต์ของมาสด้า ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของ ฮิโรชิม่า เมืองที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ มาสด้า และเป็นที่ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์มาสด้าหลักด้วย

รถต้นแบบที่ใช้เครื่องยนต์ SkyActiv X และระบบช่วงล่างแบบใหม่ ถูกพรางตัวไว้ใน Mazda3 รุ่นปัจจุบัน นำมาให้ทดลองขับในครั้งนี้

การทำความรู้จักกับ SkyActiv X ครั้งนี้ มาสด้าให้เราได้ใกล้ชิดกับเทคโนโลยีนี้มากขึ้น เพราะจะได้ทดลองขับรถมาสด้าที่ใช้เครื่องยนต์ SkyActiv X เป็นรถต้นแบบจำนวน 6 คันมีทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ รถทั้งหมดเป็นรถต้นแบบที่ใช้ตัวถัง Mazda3 รุ่นปัจจุบันครอบลงไปบนแชสซีส์ ช่วงล่างใหม่ ที่เรียกว่า SkyActiv Vehicle Architecture ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ วิศวกรมาสด้าอธิบายว่า โครงสร้างตัวถังและช่วงล่างใหม่นี้  ออกแบบเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้ เหมือนการเคลื่อนไหวของตัวคน ที่สามารถควบคุมการเคลื่อนที่ การทรงตัวได้ตามสัญชาตญาณของตัวเอง เริ่มตั้งแต่เบาะนั่งที่จะรองรับกระดูกเชิงกรานผู้ขับต่อเนื่องกระดูกสันหลังให้อยู่ในตำแหน่งที่สามารถรับรู้ถึงพลังงานการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นของรถได้ดีที่สุด โครงสร้างตัวถังเพิ่มการเชื่อมต่อจากด้านหน้าไปด้านหลังเข้าด้วยกันเพื่อสร้างโครงสร้างวงแหวนหลายทิศทางเพิ่มความแข็งแกร่งในแนวทะแยง ทำให้เกิดการบิดตัวน้องลงกว่า 30% จากเดิม และช่วงล่างถูกออกแบบเพื่อลดขนาดของแรงที่ส่งไปยังมวลเหนือสปริง ทำให้ลดแรงสะเทือน มีความราบเรียบมากขึ้น และที่สำคัญคือเปลี่ยนจาก มัลติลิงค์กลับมาใช้ ทอร์ชั่นบีม สำหรับชุดด้านหลัง แต่เป็น ทอร์ชั่นบีมที่ได้รับการออกแบบใหม่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของมาสด้า และทีมวิศวกรของเขาก็ภาคภูมิใจกับชุดช่วงล่างหลังนี้มากถึงกับระบุว่าสามารถช่วยซับแรงและทำหน้าที่ช่วยให้การทรงตัวของรถเป็นไปตามการควบคุมได้อย่างดีเยี่ยม

เครื่องยนต์ SkyActiv X

และที่สำคัญคือ ใส่เครื่องยนต์ SkyActiv X ให้ได้ทดลองการใช้งานจริง ถึงแม้จะยังไม่ได้เป็นชุดเครื่องยนต์ที่จะใช้ในรถ production จริงๆ ก็ตาม คือ การทดลองขับครั้งนี้ มาสด้าต้องการให้เราได้รับรู้สภาวะการทำงานของระบบการจุดระเบิดด้วยการอัดที่สามารถควบคุมประกายไฟได้ SPCCI ที่จะควบคู่ไปกับการจุดระเบิดด้วยประกายไฟจากหัวเทียน โดยในรถต้นแบบเขาจะติดตั้งจอแสดงสภาวะการทำงานดังกล่าวเป็น สัญญาณ วงกลมสามดวง 1. แสดงการจุดระเบิดด้วยประกายไฟจากหัวเทียน 2. แสดงจังหวะการจุดระเบิดด้วยการอัด SPCCI และ 3. แสดงสภาวะ SPCCI แบบซูเปอร์รีน

ผมสังเกตจากหน้าจอพิเศษนี้ในระหว่างการขับรถต้นแบบจะเห็นว่าวงกลมดวงที่ 1 จะติดอยู่เกือบจะตลอดเวลาแสดงว่าหัวเทียนยังทำงานอยู่ตลอดเวลา พร้อมๆ กับวงกลมดวงที่ 2  ที่มีการเผาไหม้ด้วยการอัดอากาศอยู่ด้วย มีเพียงบางจังหวะที่มี ดวงที่ 3 ติดขึ้นซึ่งมักเป็นช่วงรอบเครื่องยนต์ต่ำๆ และค่อนข้างสม่ำเสมอ ซึ่งในจังหวะนั้นจะเป็นช่วงที่ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงมากที่สุด นั่นเป็นจุดประสงค์ที่มาสด้าต้องการจะให้เราได้เห็นการทำงานของ SPCCI ในมุมของความประหยัดน้ำมัน ที่เราวัดค่าไม่ได้ด้วยตัวเองจากการการทดลองขับในขณะที่สมรรถนะการขับขี่ที่ได้นั้นเมื่อเทียบกับ Mazda3 รุ่นปัจจุบันที่ใช้ SkyActiv G ซึ่งนำมาให้ลองขับเปรียบเทียบกันด้วยนั้น พอจะได้ความรู้สึกถึงอัตราเร่งที่กระฉับกระเฉงขึ้นเล็กน้อย ถึงแม้จะไม่ได้แตกต่างกันจนเห็นได้ชัด แต่ที่ชัดเจนคือ โครงสร้างช่วงล่างใหม่นั้น ทำให้รู้สึกถึงการควบคุมรถที่แม่นยำขึ้น จากการที่รถสามารถถ่ายทอดอาการของรถในสภาวะต่างๆ เมื่อวิ่งทางตรงเข้าโค้ง แคบ กว้าง แม้แต่ผ่านลูกระนาดเล็กๆบางช่วง ทั้งหมดถูกส่งผ่านมาถึงตัวผู้ขับอย่างชัดเจน ทำให้รับรู้อาการของรถแล้วสามารถควบคุมได้ง่ายขึ้น นี่เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่มาสด้าต้องการให้รถของเขาขับสนุก ควบคุมง่าย การทรงตัวดีเยี่ยม แต่เมื่อเทียบกับ Mazda3 รุ่นปัจจุบันแล้วจะเสียความนุ่มนวลไปบ้างก็ยังไม่ถือว่าเป็นข้อสรุป เพราะยังไม่ได้อยู่ในโครงสร้างใหม่ทั้งหมดนั้นเอง ซึ่งก็ต้องรอการทดลองขับกับรุ่นใหม่แบบเต็มรูปแบบต่อไป

หลังจากทดลองขับเป็นที่เรียบร้อยแล้ววิศวกรมาสด้าได้ อธิบายเพิ่มเติม เครื่องยนต์ใหม่ SkyActiv X ของเขานั้น เป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2,000 ซี.ซี. ที่มีเป้าหมายให้ประหยัดได้เท่ากับ มาสด้า 2 ดีเซล แต่จะมีอัตราเร่งที่ดีและขับสนุกเหมือนกับ รถสปอร์ต MX-5 ที่ใช้เครื่องยนต์ SkyActiv G 2.0 ลิตรใหม่ทีเดียว แต่ที่ยังไม่รู้สึกว่ายังเร่งได้ไม่ดีพอนั้นเป็นเพราะเมื่อใช้งานจริงเครื่องยนต์ใหม่นี้จะมาพร้อมกับระบบอัดอากาศแบบ Supercharge และระบบ  Mild Hybrid  ที่มีมอเตอร์ไฟฟ้า Motor Assist คอยช่วยเสริมกำลังเพิ่มขึ้น ตรงนี้สำคัญเพราะจะเป็นครั้งแรกที่ มาสด้านำมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็กเข้ามาช่วยงานเครื่องยนต์ ถึงแม้จะไม่ได้ใช้งานเป็น Hybrid เต็มรูปแบบ แต่ก็เป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่ง โดยจะมีกำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้าและแรงบิด 220 นิวตัน-เมตร ตั้งแต่รอบต่ำ 1.800 รอบ/นาที และสูงสุด 230 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 – 5,000 รอบ/นาที นั่นก็สามารถจินตนาการได้เลยว่า เมื่อเป็นรถ production สมบูรณ์แล้วจะต้องมีสมรรถนะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ถึงแม้รถต้นแบบที่ได้ทดลองขับนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ 100% แต่ก็ทำให้เราได้เข้าใจถึงความตั้งใจในการพัฒนาเทคโนโลยี่ SkyActiv X และ SkyActiv Vehicle Architecture ได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการเกิดขึ้นครั้งแรกของ เทคโนโลยี SkyActiv ที่นำมาใช้เต็มรูปแบบกับ Mazda CX-5 ในปี 2011 จากนั้นก็ทยอยใช้กับรถทุกรุ่นจนถือเป็นการปฏิวัติเทคโนโลยีของตัวเองจนประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการวัดผลจากยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้าทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทยนั้น มาสด้ามียอดขายก้าวกระโดดต่อเนื่องจนถึงปีนี้สามารถตั้งเป้าจำหน่ายถึง 60,000 คัน

โครงสร้าง SkyActiv Vehicle Architecture

การก้าวสู่เจเนอเรชั่นที่สองของ SkyActiv จึงเป็นความท้าทายอย่างมากของวิศวกร มาสด้า เหมือนกับที่เราดูหนังดูภาพยนตร์ภาคแรกที่ประสบความสำเร็จทำเงินถล่มทลาย ผู้สร้างจะทำหนังภาคต่อนี่ต้องขึ้นมากคิดหนัก ยิ่งกว่าภาคแรกหลายเท่านัก เพราะเหตุนั้น มาสด้าจึงวางแผนก้าวใหม่อย่างรัดกุม ด้วยแผนการที่จะเปิดตัวพร้อมกับแนวทางการออกแบบ KODO Design เจเนอเรชั่นที่สองไปพร้อมๆ กันทีเดียว

ผู้บริหารระดับสูงของ มาสด้ามอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยเป็นครั้งแรก ยอมรับว่า SkyActiv X และ Skyactiv Vehicle Architecture จะมาพร้อมกับการเปิดตัว Mazda3 ใหม่ภายใต้ KODO Design เจเนอเรชั่นที่สอง ซึ่งก็คือ KAI รถต้นแบบแฮตช์แบ็กที่เปิดตัวในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ ที่เราเคยฟันธงไปก่อนหน้านี้แล้วว่าจะเป็น Mazda3 ใหม่นั่นเอง ข้อมูลใหม่ที่เพิ่มเติมคือจะได้เห็นพร้อมกันทั้งแบบ 5 ประตูแฮตช์แบ็ก และ 4 ประตูซีดาน โดยจะเริ่มจำหน่ายในปี 2019 แต่เป็นไปได้สูงที่จะเปิดตัวสู่สาธารณชนในช่วงปลายปีนี้

สำหรับในประเทศไทยก็เตรียมตัวต้อนรับ Mazda3 ใหม่ในปี 2019 เช่นเดียวกันอย่างแน่นอน

ภูวนาถ เผ่าจินดา

 

 

Please follow and like us: