เดือนมีนาคมที่ผ่านมาในงาน มอเตอร์โชว์ ค่ายใบพัดฟ้าขาว เปิดตัวรถใหม่ BMW X2 เป็นรถใหม่ล่าสุดในหลายมิติถึงขนาดการเปิดตัวครั้งนี้ใช้คำว่า “The First Ever –BMW ” แน่นอนที่เป็นเช่นนั้นเพราะ X2 เป็น รถใน segment ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็เป็นการแตกไลน์ที่สอดรับกับแผนขยาย products ให้รับความต้องการทุกความต้องการ ไม่เว้นแม้แต่ความต้องการที่ไม่เคยมีมาก่อน BMW ก็จะสร้างความต้องการนั้นขึ้นมา

พื้นฐาน Bmw X2 เป็นรถในกลุ่ม X เป็น SUV ที่ ครั้งนี้ BMW เรียกว่า SAC Sport Activity Coupe เป็นชื่อเฉพาะสำหรับ X2 กันเลยทีเดียว อย่างที่กล่าวไว้คือ ต้องการบอกว่าเป็น segment ใหม่ เท่านั้น จะว่าไปแล้วมันก็เหมือนการเปิดตัว X เลขคู่ก่อนหน้านี้ ที่มีรูปแบบที่มีความเป็นสปอร์ตคูเป้ ท้ายลาดมากขึ้นเมื่อเทียบกับ X เลขคี่ เช่น X6 ที่ใช้พื้นฐานร่วมกับ X5 และ X4 ที่ร่วมกับ X3 จนมาถึง X2 แน่นอนต้องมีฐานะที่เป็นเวอร์ชั่นคู่ กับ X1 หรือ เปน X1 สไตล์สปอร์ต โดยที่ใช้แพลทฟอร์มเดียวกัน

ครั้งนี้ X2 ไม่ใช่เพียงนำ X1 มาตัดหลังคาให้ลาดลง ลดความสูงลง BMW ไม่ทำเพียงเท่านั้น แต่กลับ Redesign ใหม่ไปมากเลยทีเดียว ตั้งแต่ด้านหน้าลาดต่ำลง ที่กระจังหน้าขยายไตคู่เอกลักษณ์ให้ใหญ่ขึ้น และมีดีไซน์ใหม่เป็นครั้งแรกที่ฐานล่างจะกว้างกว่าด้านบน ที่น่าสนใจคือที่เสาซีซึ่งมีขนาดใหญ่นั้น มีโลโก้BMW ใบพัดฟ้าขาว ติดอยู่ เราไม่เห็นมานานแล้วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จะว่าไปก็เห็นมาติดอยู่ที่รุ่น 2000 CS รุ่นคลาสสสิค เมื่อปี 1966 นั่นเลยทีเดียว และบั้นท้ายอวบอิ่มแบบ X1 นั้นถูกทอนลงให้ slim fit มากขึ้น เติมท่อคู่ซ้ายขวาเข้าไปให้ได้ look sport แบบเต็มๆ

มิติขนาดของรถเองก็เล็กลงกว่า X1 ในเกือบทุกมิติ มีเพียงความกว้าง 1,824 มม. เท่านั้นที่กว้างกว่า X1 เพียง 3 มม. แต่ยาว 4,360 มม. สั้นกว่า 79 มม. และสูง 1,526 มม. เตี้ยกว่า 86 มม. โดยเฉพาะระยะห่างจากพื้นที่ชายล่างตัวถังต่ำกว่ามากคือ 182 มม.และสูงกว่ามาตรฐานของรถนั่งBMW ทั่วไปเพียงประมาณ 40 มม.เท่านั้น ซึ่งนั้นเป็นผลดีอย่างมากในด้านเสถียรภาพการทรงตัวเมื่อเทียบกับ SUV ทั่วไป

X2 คันนี้ที่ผมนำมาแนะนำและได้ทดลองขับเป็นครั้งแรก เป็นรุ่น X2 M Sport มาพร้อมกับชุดแต่ง M Sport เป็นมาตรฐาน สำหรับแฟน BMW ได้เห็นโลโก้ M ประทับรับประกัน แล้วไม่ต้องสรรหาอะไรมาเพิ่มเติมก็สวยจนได้ที่ ล้ออัลลอยลายใหม่ ขนาด 19 นิ้ว มองดูเต็มซุ้มล้อ


เรามาเปิดประตูดูภายในห้องโดยสารของ X2 กัน แน่นอนไม่ได้ต่างออกไปมากนักเมื่อเทียบกับ X1 อุปกรณ์มาตรฐานสำหรับการใช้งานต่างๆเป็นมาตรฐานของ BMW ไปหมดแล้ว จอมัลติฟังค์ชั่น ขนาด 6.5 นิ้วนำเสนอข้อมูลต่างๆผ่าน I drive พร้อมระบบสัมผัสที่ใช้งานง่ายขึ้นเมื่อได้ทำความคุ้นเคย, ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่ที่กระจกหน้าฝั่งคนขับ (BMW Head-Up Display)และพวงมาลัยมัลติฟังค์ชั่น, วิทยุพร้อมการเชื่อมต่อโทรศัพท์ผ่าน Bluetooth และ ช่อง USB ที่ชอบคือ เส้นแสงแบบ dream liner สีฟ้า ที่แผงข้างประตู สวยมากเมื่อผ่านความมืดยามค่ำคืน

เบาะนั่งดีไซน์ใหม่ เป็นเบาะหนัง Dakota เดินตะเข็บด้ายสีฟ้า บางกระชับปรับได้ตามต้องการให้เข้ากับรูปร่างผู้ขับ โดยเฉพาะเบาะหลังพับแยกได้ 40.20.40 ให้พื้นที่สัมภาระได้ตามขนาดวัตถุที่ต้องการขน อย่างครั้งนี้ ผมขนทั้งถุงกอล์ฟ และรถจักรยานพับมาได้อย่างสบายๆเพียงพับเบาะข้างหนึ่งลงเพื่อสอดถุงกอล์ฟมาข้างหน้าก็เพียงพอแล้ว มีที่ว่างสำหรับนั่งหลังได้อีกหนึ่งหรือสองคนก็ได้ อีกหนึ่ง จุดเด่นที่น่าสนใจ คือหลังคากระจกแบบ Panorama แบบ 2 ชั้น เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า จงใจมีไว้ให้เพิ่มคุณค่าของรถ มากว่าวัตถุประสงค์ของการใช้งานเพิ่มเพิ่มความสว่างในห้องโดยสารทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างแน่นอน

มาถึงเรื่องของการขับขี่ X2 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน TwinPower Turbo เบนซิน 4 สูบพร้อมเทอร์โบแปรผัน จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด Direct Injection ขนาดความจุเครื่องยนต์ 1,998 ซี.ซี. ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้าที่ 5,000-6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตรตั้งแต่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายใน 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 227 กิโลเมตร/ชั่วโมง ปล่อย CO2 อยู่ที่ 126-134 กรัม/กิโลเมตร ที่ใหม่ขึ้นมาคือ เกียร์ ดับเบิลคลัทช์ 7 สปีด ที่เป็นของใหม่สำหรับ BMW ที่ขับล้อหน้า อันนี้ X1 ก็ยังไม่ได้ใช้ มีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้งานเช่นเดิมคือ โหมด COMFORT ,ECO PRO และ SPORT

ผมใช้เวลาอยู่กับ X2 นานพอที่จะบอกได้ว่า น่าจะเป็นเพราะบุคลิกของรถที่เน้นความสปอร์ตทำให้ BMW เลือกที่จะส่งมอบ เกียร์ ดับเบิลคลัทช์ 7 สปีด มาใช้กับเครื่องยนต์ 192 แรงม้าที่เรารู้จักกันดีอยู่แล้วใน BMW เกือบทุกรุ่น และก็เป็นเช่นนั้นเพราะมาใช้กับ X 2 น้ำหนักตัวแค่ 1,460 กิโลกรัม มันสามารถถ่ายทอดกำลังได้ทันอกทันใจเหลือเกิน และในทุกจังหวะที่กดคันเร่ง เกียร์ใหม่นี้จะถูกสมองกลสั่งการให้ไปปรับรอในจังหวะที่เหมาะสมที่สุดแล้วถ่ายทอดกำลังการขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ราบลื่น

ตัวถังออกแบบจนค่าแรงเสียดทานอากาศเหลือเพียง 0.28 ต่ำที่สุดในรถ SUV ด้วยกัน แถมการที่ดีไซน์ออกมาให้ตัวรถเตี้ยต่ำลงนั้นยิ่งเป็นผลทำให้การทรงตัวดีเยี่ยมไปด้วย ลืมอาการโคลงๆใน x1 ไปได้เลยครับ

X2 ได้ใจในเรื่องขับสนุกไปเต็มๆ และมีเสถียรภาพในการทรงตัวสูงมากเมื่อเทียบกับ SUV ขนาดเล็กในระดับเดียวกันทั้งหมดในตลาดที่มีอยู่ขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็น Mercedes GLA ที่เป็นคู่แข่งโดยตรงหรือ ฝั่งญี่ปุ่นเช่น Honda HRV , Toyota CH R รวมทั้ง Mazda CX-3

จะมีที่ไม่ค่อยชอบใจนักก็เป็นเรื่องของแป้นเบรก ซึ่งค่อนข้างจะทำความคุ้นเคยกันยากไปหน่อย เข้าใจว่ามีระบบไฟฟ้าช่วยเบรก ซึ่งทำให้มีสมรรถนะในการเบรกที่ดีเยี่ยมระยะเบรกสั้น ไว้ใจได้เสมอ แต่ในเวลาที่วิ่งในเมือง รถติดๆนี่เอาใจยาก เวลาที่กดแป้นเบรกจะมีอาการช่วยดึงและผ่อนเล็กๆจนให้น้ำหนักเท้าไม่ถูก ผลคือจะมีอาการที่เรียกว่า เบรกหัวทิ่มอยู่บ่อยๆ คงต้องสร้างความคุ้นเคยกันในระยะยาวทีเดียว

X2 แสดงตัวตนในความเป็น SAC ตามนิยามของ BMW ได้อย่างเหมาะสมมาก คือ รถสปอร์ตเอนกประสงค์ที่ขับสนุกในแบบของ BMW แต่เมื่อเห็นราคา 2.999 ล้านบาทแล้ว อาจจะทำให้แฟนรุ่นใหม่ต้องหาข้อมูลเทรดหุ้นในพอร์ตของตัวเองให้แม่นยำมากขึ้นสักระยะเพื่อจะบรรลุจุดประสงค์ที่จะเป็นเจ้าของรถคันนี้ให้ได้ แต่ถ้าเลือกแล้วเป็นเจ้าของแล้ว ผมบอกได้เลยว่า ไม่ผิดหวังครับ

ข้อมูลทางเทคนิค: BMW X2 xDrive2.0i MSport
เครื่องยนต์: เบนซินทวินเพาเวอร์เทอร์โบ
ความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.): 1,998
กำลังสูงสุด (แรงม้า ที่ รอบ/นาที): 192 /5,000-6,000
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร ที่รอบ/นาที): 280 /1,350-/4,600
ระบบส่งกำลัง: อัตโนมัติ 7 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน: 2 ล้อหน้า
ระบบกันสะเทือน(หน้า/หลัง): ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ Single-joint Strut /มัลติลิงค์
เบรก(หน้า/หลัง): ดิสก์เบรก 4 ล้อ
ยาว/กว้าง/สูง(มม.): 4,360×1,824×1,526
ราคาจำหน่าย(บาท): 2,999,000
ตัวแทนจำหน่าย: บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด

Please follow and like us: