ทดลองขับ “Honda HR-V RS” เติมตัวช่วยการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ในราคาที่เพิ่มขึ้นเพียง 20,000 บาท

ครอสโอเวอร์ไซส์กะทัดรัด มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ในสไตล์ไมเนอร์เชนจ์ ภายในกว้างขวาง ไม่อึดอัด ขุมกำลัง 1.8 ลิตร ขับสนุก ยกระดับความพรีเมียมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยทันสมัยอาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda Lane Watch) และ ระบบเตือนพร้อมช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System) ในขณะที่ราคาปรับเพิ่มเพียง 20,000 บาท

รอคอยกันมาพักใหญ่กับครอส์โอเวอร์จากค่ายฮอนด้า ในที่สุดก็ถึงเวลาที่ผู้บริโภคชาวไทยจะได้จับจองเป็นเจ้าของกับ Honda HR-V โมเดล 2018 การมาในครั้งนี้ยังคงมากับมิติขนาดตัวรถเท่ากับรุ่นเดิม ในรุ่น RS มีสัดส่วนความยาว 4,346 มม. กว้าง 1,790 มม. และสูง 1,605 มม. ส่วนรุ่น E และ EL จะสั้นกว่า 52 มม. และ แคบกว่า 18 มม. แต่มีส่วนสูงที่เท่ากัน ซึ่งความแตกต่างนี้มาจากชุดแต่งในสไตล์อาร์เอส ที่ทำให้ดูสปอร์ตมากกว่ารุ่น อี และ แอล

สำหรับรุ่นที่ทำการทดลองขับในครั้งนี้เป็นรุ่น RS ซึ่งได้มีการปรับปรุงรูปลักษณ์และเติมความโฉบเฉี่ยวด้วยกันชนสไตล์สปอร์ตทั้งด้านหน้าและหลัง ชุดกระจังหน้าออกแบบใหม่ในสไตล์โครเมียมรมดำ ใต้กระจังหน้าจะเป็นช่องแบบรังผึ้งเสริมลุคสปอร์ตได้เป็นอย่างดี โคมไฟหน้ามาในไสตล์ดุดันแบบ Full LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED รวมถึงไฟตัดหมอกก็เป็นแบบ LED เช่นกัน

ชุดแต่งที่ทำให้ “Honda HR-V RS” นั้นดูสปอร์ตกว่ารุ่น E และ EL ยังมีสเกิร์ตรอบคันสีดำเงาแบบสปอร์ต ชายกันกระแทกด้านข้างสีดำ ที่เปิดประตูด้านหน้าแบบโครเมียมรมดำ ไฟท้าย Tube LED รมดำ ทั้งยังมีกระจกมองข้างสีดำ และล้อแมกขอบ 17 นิ้วแบบ 5 ก้านลายใหม่ รวมถึงสีใหม่ เป็นสีแดงแพสชั่น (มุก)

ห้องโดยสารยังคงความกว้างขวาง แต่การปรับแต่งยังดูคุ้นตาและเหมือนจะเป็นแบบรุ่นเดิม แต่ส่วนนี้ก็ได้มีการเติมเต็มด้วยออฟชั่นหลายรายการ เริ่มที่เบาะคู่หน้าดีไซน์ใหม่ที่ให้ความกระชับไปกับสรีระมากขึ้น มาพร้อมการปรับระดับด้วยไฟฟ้า เบาะหลังถือเป็นจุดขายเพราะสามารถปรับและพับได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode รองรับการเพิ่มพื้นที่เพื่อบรรทุกสัมภาระทุกรูปแบบ

พวงมาลัยหุ้มหนังแบบสปอร์ต พร้อมpaddle shift ยังคงมีระบบมัลติฟังค์ชั่นที่ได้รับการติดตั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียง รวมถึงปุ่มรับและวางโทรศัพท์ รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติและปุ่มควบคุมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ในส่วนของชุดมาตรวัดเป็นแบบเรืองแสงปรับเปลี่ยนได้ถึง 7 สี อีกหนึ่งจุดที่บ่งบอกถึงความสปอร์ตคือแป้นเหยียบคันเร่ง และ เบรก ซึ่งเป็นแบบอลูมิเนียม และเพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบปุ่มสตาร์ทรถ Push Start

บริเวณคอนโซลกลางได้ปรับเปลี่ยนหน้าจอสัมผัสให้ใหญ่ขึ้นเป็นขนาด 7 นิ้ว ต่ำลงมามีระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส

คอนโซลเกียร์จะมีการติดตั้งทั้งเบรคมือไฟฟ้าและระบบ Brake Hold ซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์จำเป็นต่อยุคสมัย และการกลับมาในครั้งนี้ Honda HR-V RS ยังได้รับการติดตั้งหลังคากระจกแบบ Panoramic Roof ที่มาพร้อมระบบเปิด – ปิด แบบ One-Touch ซึ่งใช้งานได้สะดวก

ฟังค์ชั่นใหม่ที่ได้รับการติดตั้งนั่นคือระบบ Honda Lane watch ซึ่งจะใช้กล้องจากกระจกมองข้างฝั่งซ้ายแสดงภาพมายังจอทัชกรีนบริเวณคอนโซลกลาง บริเวณอีกหนึ่งฟังค์ชั่นที่ได้รับการติดตั้งนั่นคือ ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ(City Brake Active System) ซึ่งจะช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ

Honda HR-V ยังคงใช้ขุมพลังเดิมซึ่งเป็นเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ CVT ซึ่งรองรับเชื้อเพลิงได้ถึงนำมันแก๊สโซฮอล อี 85

ในส่วนของระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็น ทอร์ชั่นบีมแบบ H-Shape สำหรับระบบความปลอดภัยให้มาครบ ทั้งถุงลมนิรภัยแบบ 6 จุด ระบบเบรกเอบีเอส พร้อมกระจายแรงเบรกอีบีดี

นอกจากนี้ตัวช่วยการขับขี่อย่างระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง ระบบช่วยควบคุมการบังคับพวงมาลัย และระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันก็มีมาให้ครบครัน

การทดลองขับในครั้งนี้เริ่มขึ้นจากโชว์รูมฮอนด้า ถนนศรีอยุธยา มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก ช่วงแรกของการขับขี่เป็นไปในรูปแบบการใช้งานในเมือง ซึ่งเป็นการสัมผัสกับระบบทั้ง Honda Lane Watch และ ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ(City Brake Active System)

Honda Lane Watch จะช่วยเพิ่มมุมมองด้านซ้ายมือ ซึ่งถือเป็นการยกระดับความปลอดภัยไปอีกขั้น ทุกครั้งที่เปิดไฟเลี้ยวซ้าย กล้องมองภาพบริเวณกระจกมองข้างฝั่งซ้าย จะบันทึกภาพและส่งมายังจอทัชกรีนบริเวณคอนโซลกลางเพื่อลดจุดบอดและทำให้การมองเห็นทางฝั่งซ้ายทำได้ดีกว่าเดิม ระบบนี้จะงานอีกรูปแบบในกรณีถอยเข้าจอด เพียงแค่กดปุ่มปลายคันโยกก้านไฟเลี้ยว ระบบก็จะแสดงภาพมายังจอสัมผัสที่บริเวณคอนโซลกลางด้วยเช่นกัน

สำหรับระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ(City Brake Active System) ในขณะที่การจราจรแออัด หากเผลอหรือเหม่อซึ่งเป็นที่มาของการเกิดอุบัติเหตุ ระบบจะทำงานอัตโนมัติในช่วงความเร็วระหว่าง 5- 30 กม./ชม. ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทางด้านหน้า หากผู้ขับขี่ยังไม่ทำการเหยียบเบรก ระบบจะจัดการเบรกรถให้อัตโนมัติ

หลุดพ้นจากช่วงการจราจรแออัดในเมืองหลวง จุดพักรถอยู่ที่ร้าน Montreux Café & Farm ร้านกาแฟสุดฮิบบริเวณคลอง 14 ธัญญะบุรี ดื่มด่ำกับบรรยากาศก่อนที่จะไปต่อยังปลายทาง ณ.จ.นครนายก ก่อนถึงปลายทางจะมีเส้นทางคดเคี้ยว ขึ้นและลงเขา เพื่อให้ได้ลองสมรรถนะของช่วงล่าง และ ตัวช่วยอย่าง หรือระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assis)

สมรรถนะการยึดเกาะของระบบช่วงล่างใน Honda HR-V RS นั้นจะให้ความสปอร์ตมากกว่ารุ่น อี และ อีแอล แต่จากที่ได้ทดลอง ยังสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลของระบบ แต่ไม่ถึงกับย้วย เรียกได้ว่าค่อนข้างจะถอดแบบมาจากรถเก๋ง จึงทำให้ไม่แข็งกระด้าง ในส่วนของขุมกำลังขนาด 1.8 ลิตร 141 แรงม้านั้นมีกำลังเหลิอๆ แถมยังมีระบบแพดเดิลชิฟท์ทำหน้าที่ เพิ่ม และ ลด ตำแหน่งเกียร์ ติดตั้งบริเวณพวงมาลัย จึงทำให้การขับขี่รถคันนี้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill Start Assis) นั้นทำงานอัตโนมัติทันที เมื่อระบบตรวจพบว่าจอดรถบนทางลาดเอียง ระบบจะทำการล๊อคเบรกเอาไว้ประมาณ 3 วินาที หลังจากปล่อยเท้าออกจากแป้นเบรก ทำให้มีเวลาในการเปลี่ยนตำแหน่งมายังคันเร่ง พอเหยียบคันเร่งรถก็จะพุ่งไปข้างหน้า คล้ายกับการทำงานของระบบ Brake Hold ที่จะทำหน้าที่ลอคเบรคไว้เช่นกัน ถือว่าเป็นการเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนได้อีกทางหนึ่ง

ภารกิจการทดลองขับในครั้งนี้ แม้รูปลักษณ์ของฮอนด้า เอซอาร์วี รุ่น อาร์เอส อาจจะไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่สิ่งที่เติมเต็มมาทั้งการนำหลังคาแก้วแบบ panoramic roof ซึ่งช่วยให้รถดูพรีเมียมมากขึ้น แถมในส่วนของตัวช่วยการขับขี่ทั้ง Honda Lane Watch และ ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ ก็ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์การใช้งานในเมืองและนอกเมืองได้ดี การติดตั้งระบบใหม่ในครั้งนี้ มีราคาค่าตัวที่ต่างจาก ฮอนด้า เอซอาร์-วี รุ่นที่แล้วเพียง 20,000 บาท เพียงเท่านี้ผมว่าก็คุ้มเกินคาดแล้วครับ

ข้อมูลทางเทคนิค: HONDA HR-V RS
เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว I-VTEC ซิงเกิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์
ความจุกระบอกสูบ (ซี.ซี.): 1,799
กำลังสูงสุด (แรงม้า ที่ รอบ/นาที): 141/6,500
แรงบิดสูงสุด (นิวตัน-เมตร ที่รอบ/นาที): 172/4,300
ระบบส่งกำลัง: อัตโนมัติซีวีที
ระบบขับเคลื่อน: 2 ล้อหน้า
ระบบกันสะเทือน(หน้า/หลัง): แมคเฟอร์สันสตรัท /ทอร์ชั่นบีม
เบรก(หน้า/หลัง): ดิสก์/ดิสก์
ยาว/กว้าง/สูง(มม.): 4,346×1,790×1,605
ราคาจำหน่าย (บาท): 1,119,000
ตัวแทนจำหน่าย: บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

Please follow and like us: